ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่บล็อกการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

หลักการใช้




Verb to be มีหลักการใช้ดังต่อไปนี้
1. to be + adjective หมายถึงการใช้ Verb to be ตามด้วยคำคุณศัพท์ (Adjective) เช่น
  I am happy.
 You are smart.
  
2. to be + กริยาเติม ing (v+ing) ใช้เพื่อแสดงเหตุการณ์ที่กำลังกระทำ หรือกำลังเกิดขึ้น เช่น
 My mother is cooking.
Joey  and his friends are doing  their homework.

3. to be + complement. (ส่วนขยาย) ใช้  Verb to be กับส่วนขยายของประโยคเพื่อให้ประโยคสมบูรณ์ขึ้น เช่น         His father is an engineer.
                                They are soccer player

4. ใช้ในรูปของ There is / There are  เช่น
     There is a calculator on the table.

     There is an umbrella on the walk

คำกริยาแบ่งออก 3 ประเภท


คำกิริยาตามหน้าที่แบ่งออกเป็น  3 ประเภท คือ
1.  สกรรมกิริยา ( Transitive  Verb ) คือ คำกิริยาที่ต้องมีตัวกรรม หรือคำอื่นเข้ามารองรับความหมายจึงจะสมบูรณ์ เช่น The  boys  kick  football  in  the  field. หมายความว่า
พวกเด็ก ๆ เตะฟุตบอลอยู่ที่สนามหญ้า  คำว่า “ kick “  เป็นคำกิริยา บอกให้ทราบถึงเหตุการณ์ว่าในขณะนี้หรือปัจจุบันนี้เด็ก ๆ กำลังเล่นกันอยู่ ส่วนคำว่า “ football ” เป็นตัวกรรมหรือตัวที่ทำหน้าที่รองรับกิริยาให้มีความหมายสมบูรณ์ขึ้น เพราะถ้าใช้คำว่า “ kick “ คำเดียวความหมายไม่สมบูรณ์ ไม่รู้ว่าเตะอะไร นั่นเอง
 2. อกรรมกิริยา ( Intransitive  Verb )  คือ คำกิริยาที่ไม่ต้องมีตัวกรรมหรือคำอื่นมารองรับก็ได้ความหมายสมบูรณ์เช่น  The  dogs  run  in  the  field.  ประโยคนี้ไม่ต้องมีตัวกรรมมารองรับ ก็ได้ใจความสมบูรณ์ดี  ซึ่งคำว่า “  run “ แปลว่า วิ่ง คงไม่ต้องถามว่าใช้อะไรวิ่งนะครับ
 3.  กิริยาช่วย (  Helping  Verb หรือ  Auxiliary  Verb ) คือ กิริยาที่มีหน้าที่ช่วยให้กิริยาด้วยกันมีความหมายดีขึ้น และยังมีหน้าที่ทำให้ตัวของมันเองมีความหมายที่สมบูรณ์ขึ้นได้ดีอีกด้วย  เช่น  She  studies  in  Lamp – Tech  college .  Does  she  study  in  Lamp – Tech College ?


verb คือ


 Verb คือ  คำที่แสดงถึงอาการต่าง  ๆ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงของเวลา กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ  คำพูดที่แสดงถึงการกระทำของตัวประธานในประโยค หรือคำที่ทำหน้าที่ช่วยคำกิริยาด้วยกันนั่นเอง  กิริยาเป็นคำที่มีบทบาทที่สำคัญในแต่ละประโยค  ถ้าในประโยคนั้น ๆ ขาดคำกิริยา  ความหมายก็ไม่เกิดและไม่สามารถทราบถึงเหตุการณ์ต่าง ๆได้เลย หรือมีใจความที่ไม่สมบูรณ์

วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

รวมตัวอย่างการใช้ Idiom ในประโยค


รวมตัวอย่างการใช้ Idiom ในประโยค

A great deal - จำนวนมาก มากมาย
 We've heard a great deal about you.
พวกเราได้ยินเรื่องเกี่ยวกับคุณมากมาย

A piece of cake - ง่ายมาก เรื่องหมูๆ ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
 It's easier than I thought. It's a piece of cake.
มันง่ายกว่าที่ฉันคิดไว้ ง่ายมากเหมือนปอกกล้วยเข้าปากเลยล่ะ

After all - อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
But after all, they are our children.
แต่อย่างไรก็ตามพวกเขาก็เป็นลูกๆ ของเรานะ

ประเภทของ Idiom


ในภาษาอังกฤษแบ่ง Idioms ออกเป็น 3 ชนิด ตามลักษณะของคำคือ
เป็น Idiom มาจากคำนาม เช่นคำต่อไปนี้



—-cause of
—-สาเหตุมาจาก
—-confidence in
—-ความเชื่อใจใน
—-demand for
—-ข้อเรียกร้องของ
—-influence on
—-อิทธิพลในด้าน
—-interest in
—-ความสนใจในด้าน
—-intention of
—-ความตั้งใจในด้าน
—-invitation to
—-คำเชิญเพื่อ
—-matter with
—-เรื่องเกี่ยวกับ
—-pride in
—-ความภูมิใจใน
—-progress in
—-ความก้าวหน้าในด้าน
—-reason for
—-เหตุผลสำหรับ
—-reputation for
—-ชื่อเสียงในด้าน
—-solution to
—-การแก้ปัญหาในเรื่อง
—-shortage of
—-ความขาดแคลนในด้าน
—-experience in
—-ประสบการณ์ใน
—-care of
—-ความสนใจในเรื่อง

ความหมายของ Idiom


Idiom

   Idiom แปลว่า สำนวนหมายถึง คำบุรพบท (Preposition) ที่ไปต่อท้ายกริยา คุณศัพท์ หรือนาม แล้วทำให้ความหมายเปลี่ยนไป หรือมีความหมายใหม่ หรืออาจมีความหมายคงเดิมก็ได้